การบริหาร บั้นท้าย (ก้น)

คุณผู้ชายครับ เคยใส่ใจเรื่องก้นของคุณเองบ้างรึเปล่าครับ (อย่าเพิ่งคิดนะครับ ว่าผมผิดปกติอะไรรึเปล่า) เรื่องแบบนี้คุณผู้ชายน้อยคนคงอาจรู้มาบ้าง แต่ผมมั่นใจเลยว่าผู้ชายไทยกว่าร้อยละ 80 ยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง

mentip2-h2-090555

รู้หรือไม่ว่า ผู้หญิงเขามองอะไรจากคุณเป็นอันดับต้นๆนอกจากบุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตา หากแยกเป็นส่วนประกอบของร่างกายคุณคงจะเดากันไม่ออกว่าส่วนไหนที่ผู้หญิงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ผู้หญิงต่างชาติเกินกว่าครึ่งคุณเชื่อหรือไม่ มองที่ก้นผู้ชายก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่จะเข้าไปทำความรู้จักคุณรู้รึเปล่าว่า แบรด พิต ทำไมถึงเป็นที่หมายปองของสาวๆทั่วโลก เมื่อคุณออกมาจากโรงหนังเรื่อง Troy ลองย้อนกลับไปฟังเสียงรอบข้างของคุณสิครับ ผมยังจำได้ไม่เคยลืม ผู้หญิงเกือบทั้งโรงหนังต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ? ดูก้น แบรต สิน่า?? นี่แหละครับที่เขาเรียกว่าเสน่ห์ดึงดูด เพียงแค่ฉากนี้ทำให้แบรต พิต กลับมาเป็นขวัญใจของสาวๆทั่วโลกอีกครั้ง คุณอาจจะบอกว่าหน้าตาก็มีส่วน แต่เชื่อเถอะครับ ว่าโลกเปลี่ยนไปแล้ว

mentip2-h3-090555

ณ ตอนนี้ค่านิยมการมองบั้นท้ายผู้ชายเป็นอันดับแรก เริ่มเป็นค่านิยมที่ลุกลามมาสู่ผู้หญิงไทย การมองบั้นท้ายชายหนุ่มนั้น เป็นสิ่งที่ผู้หญิงสามารถพิจารณาได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคน ดูแลตนเองมากน้อยเพียงใด รวมถึงการใส่ใจในเรื่องที่เล็กน้อย ทำให้เป็นจุดดึงดูดให้ผู้หญิงเข้ามาหาได้มากเช่นกันเรื่องก้น นอกจากจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดสาวๆได้ดีแล้ว อีกหนึ่งคุณสมบัติหากคุณเป็นคนที่มีรูปของก้นสวย นั่นก็คือ คุณเป็นคนที่สามารถใส่กางเกงให้ดูดีได้ เพราะตามสรีระของกางเกง มีส่วนที่ตัดเผื่อไว้สำหรับบั้นท้าย หากคุณเองเป็นคนไม่มีก้น (ที่ถูกเรียกว่า ตูดแฟ๊บ ตูดปอด) หรือมองเห็นคนไม่มีก้นใส่กางเกง คุณก็จะเห็นภาพที่ไม่น่าประทับใจนัก กางเกงก้นย้อยไม่ชวนมอง อีกหนึ่งกรณีคือ คนที่มีก้นย้วย คือไม่มีกล้ามเนื้อบริเวณบั้นท้าย เมื่อใส่กางเกงที่เน้นช่วงก้น อาจจะไม่ชวนมองนัก คุณลองคิดภาพลูกโป่งเด้งไปมาสิครับ คงไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ (ว่ามั้ยครับ)

mentip2-h1-090555

ท่าบริหารเพื่อสร้างกล้ามเนื้อบั้นท้าย(ก้น) ของคุณ เพื่อเสริมสร้างบุคลิก(ไม่ได้แนะนำเอาไปใช้ประโยชน์ทางอื่นนะครับ อย่าเข้าใจผิด)แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องฝึกทุกวัน ประมาณ 1-2 เดือน คุณก็จะได้เห็นถึงความแตกต่าง ของบั้นท้ายของคุณเองท่าเหล่านี้คุณไม่จำเป็นต้องมีอุกปกรณ์ใดๆทั้งนั้น ขอเพียงความตั้งใจ เท่านี้ก็สามารถเสริมบุคลิกคุณได้แล้วท่าที่ 1
นอนคว่ำ ยกเท้าสองข้างให้สูงจากพื้น สูงเท่าที่จะทำได้สลับกันหรือพร้อมๆ กันก็ได้ ให้ได้จำนวนมากที่สุด ทำสัก 3-4 setท่าที 2
นอนหงายใช้มือผลักบั้นท้าย ให้ขาชี้ฟ้า แล้วใช้เท้าทำเหมือนการปั่นจักรยาน ทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน ทำสัก 3-4 setเน้นย้ำนะครับ เพียงสองท่านี้ ทำทุกวัน เพื่อการเห็นผลที่ดีที่สุด อาจดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ทั้งหมดนี้มันอยู่ที่ความตั้งใจของคุณเองว่าจะทำได้หรือไม่ ไม่มีใครสามารถบังคับคุณได้หรอกครับนอกจากตัวของคุณเอง (ใช่มั้ยครับ)
Men?s Health: เรื่องสุขภาพที่คุณผู้ชายอยากรู้

ที่มา: metro-society และ http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/11145

Advertisements

ผู้ชายสุขภาพดี มิใช่เรื่องยาก

Young male holding skateboard

1. มี Sex กันเถอะ (Have Sex)????????? ว่ากันว่าผู้ชายจำนวนมากค่อนข้างจะเป็นกังวลเกี่ยวกับบทบาทบนเตียง แต่จงพึงจำไว้เถิดว่า ยิ่งคุณได้ใช้เจ้าน้องชายของคุณบ่อย ๆ ละก็ มันก็พร้อมจะกลายร่างเป็นมังกรที่แข็งแรงในเวลาอันเหมาะสม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นทีเดียวว่า ชายหญิงที่มีเพศสัมพันธ์กันสม่ำเสมอ จะมีสุขภาพดี มีความสุขและมีอายุยืนนานกว่าคนที่ขาดเรื่อง Sex ไป
2. ลองมาใช้ชีวิตคู่กันไหม (Get Married)????????? แน่นอนว่าการแต่งงานนั้นมีมากกว่าเรื่อง Sex แน่นอน ซึ่งการมีผู้หญิงที่รักมาอยู่ด้วยกันนั้น จะเป็นแรงบันดาลใจที่จะสร้างสร้างสิ่งดี ๆ แก่ชีวิตคู่ซึ่งกันและกัน ประหนึ่งให้ผลทางด้านจิตใจ ซึ่งจะเป็นดั่งน้ำหล่อเลี้ยงจิตและวิญญาณแห่งความเป็นชายเลยทีเดียว
3. อ้วนนักก็ลดซะ (Lose Weight)????????? แน่นอนว่าความอ้วนเป็นดุจตัวทำลายสุขภาพทางเพศ และนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ดังนั้นคุณต้องลองสำรวจตัวเอง ลองปรับเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่และนิสัยการกินไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกันหากคุณเป็นพวกมีไขมันสะสมมาก ๆ การใช้ L-carnitine ขนาด 0.5-2 กรัม/วัน ซึ่งมีฤทธิ์ในการ
เผาผลาญไขมันสะสมนั้น จะสามารถช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้?
4. หมั่นตรวจเช็คต่อมลูกหมากบ้าง (Get Your Prostate Checked)????????? เนื่องด้วยต่อมลูกหมากในผู้ชายนั้น มีแนวโน้มจะโตขึ้น ๆ เมื่ออายุมากขึ้น และจะนำมาซึ่งปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะทั้งหลาย ดังนั้นคุณต้องหมั่นไปพบแพทย์บ้างอย่างน้อยปีละหน เพื่อตรวจเช็คลูกหมากของคุณ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การใช้ Selenium ขนาด 200 Microgram/วัน จะช่วยป้องกันและสามารถลดการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 60% เลยทีเดียว
5. ออกกำลังซะที (Exercise Aerobically)????????? ข้อนี้สำคัญทีเดียว คือคุณต้องหากีฬาซักอย่างมาเล่นยามว่าง เช่นวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ซึ่งประโยชน์นั้นแน่นอนว่าเพียบทีเดียว แต่ถ้าคุณเป็นประเภทที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า พวก Couch Potato ที่วัน ๆไม่ทำอะไร เอาแต่นั่งดูทีวีอยู่กับบ้าน คุณอาจจะเริ่มด้วยการเดินเล่นวันเว้นวันซักเดือน แล้วค่อยขยับเป็นกีฬาที่ใช้แรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. เสริมกล้ามเนื้อเพิ่มการไหลเวียนเลือด (Pump Iron)????????? ข้อนี้เพิ่มเติมตรงที่ลองออกกำลังตามยิมประเภทเล่นกล้าม ยกน้ำหนัก ทั้งนี้เนื่องมาจากความจริงที่ว่า อายุเมื่อมากขึ้น ๆ มวลกล้ามเนื้อก็จะฝ่อลง ๆ ดังนั้นออกกำลังซะบ้าง เพื่อกล้ามเนื้อจะได้แข็งแรงและสวยงาม ขณะเดียวกันก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องน้ำตาลส่วนเกิน ที่เป็นตัวการโรคเบาหวานด้วย ในที่นี้หากเสริมด้วยสารที่เป็น Muscle Builder จะช่วยเสริมกล้ามเนื้อได้ดีมากขึ้น ได้แก่ Creatine ขนาด 2-5 กรัม/วัน ที่จะเป็นสารที่ให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อโดยตรง และ Whey Protein ขนาด 32-64 กรัม/วัน ซึ่งจะให้กรดอะมิโนจำเป็นต่อการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อ
7. ผักผลไม้ อย่าให้ขาด (Eat More Vegeles and Fruits)????????? เนื่องด้วยประโยชน์จากการที่ผักผลไม้นั้น อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นดุจปราการป้องกันโรคภัยต่าง ๆ มิให้มาเยือนได้
8. โหมนักก็พักหน่อย(Go To Sleep)????????? ในที่นี้ต้องให้ความสำคัญต่อการนอนให้เพียงพอ ปล่อยวางงานต่าง ๆ ที่คั่งค้างบ้าง เพราะการนอนที่เพียงพอจะสัมพันธ์กับระบบภูมิต้านทานร่างกาย สติปัญญา และสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมเลยทีเดียว
9. แต่งแต้มด้วยโยคะ(Practice Yoga)????????? ว่ากันว่ายิ่งอายุมากขึ้น ๆ ร่างกายกระดูกกระเดี้ยว ก็เปราะบางลง ความยืดหยุ่นของร่างกายก็มีแต่จะแย่ลง ๆ โยคะเป็นคำตอบที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณรักษาสมดุล และความยืดหยุ่นให้ยังคงดีเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ ทีเดียว
10. วาดฝันสิ่งดี ๆ (Think Positive)????????? ข้อนี้ต้องยอมรับไว้อย่างก็คือยุคนี้เป็นยุคแห่งความเครียด ความวุ่นวายในชีวิต แต่เมื่อใดที่คุณมีความรู้สึกแย่ ๆ ภายในใจ คุณต้องหยุดแล้วถามตัวเองว่า คุณเสียเวลามากขนาดไหนเมื่อเทียบกับอายุขัยของ คนที่แสนสั้น ที่จะต้องมานั่งกังวลเอย โกรธเอย กลัวเอย แล้วมันมีความสุขหรือไม่ ดังนั้นคุณต้องขับไล่ความรู้สึกแย่ ๆ นี้ออกไป และรับแต่ความรู้สึกที่ดีงาม ทำแต่เรื่องดี ๆ ทดแทน

ข้อมูลจาก สยามดารา และ http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/601

ฟิตหุ่นเซ็กซี่รับ Summer

mens-fitness-831

การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณผู้ชาย ควรพัฒนากล้ามเนื้อ 3 ส่วน ประกอบด้วย กล้ามเนื้อไหล่ กล้ามเนื้อหน้าอก และกล้ามเนื้อท้อง โดยเฉพาะการพัฒนากล้ามเนื้อไหล่ หากทำให้กว้างขึ้นจะสวมเสื้อแล้วดูดี ส่วนการบริหารกล้ามเนื้อแต่ละครั้งต้องไม่ละเลยการวอร์มอัพกล้ามเนื้อราว 20 นาที แล้วจึงเริ่มฟิตหุ่นจากกล้ามเนื้อไหล่ ต่อด้วยอก ตามด้วยแขน และจบด้วยท้อง จากนั้นยังต้องค่อย ๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีก 20 นาที ก่อนสิ้นสุดการออกกำลังกายสำหรับท่าทางการออกกำลังกายเริ่มปฏิบัติด้วยการใช้ดัมเบลคู่ เลือกน้ำหนักที่สามารถยกได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกล้า ยืนตรงจับดัมเบลแนบข้างลำตัว จากนั้นยกออกจากลำตัวด้านข้าง เล่น 8-10 ครั้ง จะเท่ากับ 1 เซ็ต ปฏิบัติ 3-4 เซ็ต เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อไหล่ด้านข้างท่าต่อมา นั่งหลังตรง ยกดัมเบลคู่ ตั้งศอกเป็นแนวตั้งฉาก และยกแขนขึ้นเป็นแนวตรง ปฏิบัติให้ได้จำนวนครั้งและเซ็ตเท่ากับท่าแรก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อไหล่ด้านหน้าและด้านข้างลำดับต่อมาเป็นท่าทางการฝึกกล้ามเนื้ออก โดยการนอนราบกับเครื่องออกกำลังกายแบบสมิทแมชชีน เลือกเหล็กที่มีน้ำหนักพอยกไหวไม่หนักเกินไป ยกขึ้นเหยียดแขนตรง ยกลงแนวแขนตั้งฉาก ฝึก 8-10 ครั้ง หรือ 1 เซ็ต และทำให้ได้ 4-5 เซ็ตท่าสุดท้ายฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทั้งช่วงบนและล่าง หรือเรียกว่า ซูเปอร์เซ็ต ที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี ปฏิบัติโดยเริ่มจากนอนราบในท่าเตรียม ชันเข่า 45 องศา ยกลำตัวขึ้นหาช่วงเข่า แต่ไม่ต้องให้ชิดมาก เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน ขณะที่ส่วนล่างให้นอนราบในท่าเตรียม แล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นสูง งอเข่าเล็กน้อย ในการทำซูเปอร์เซ็ตให้พยายามพัฒนาจำนวนครั้งให้มากขึ้นเรื่อย ๆ และแบ่งเป็น 5 เซ็ต

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และ http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/803

ปัญหาสิวๆ ของชายหนุ่ม…

as-500-1

โรคสิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด และสร้างความรําคาญใจมากด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นที่ใบหน้า ขอรวบรวมคำถามเกี่ยวกับโรคสิวมาตอบในฉบับนี้นะครับ ยารักษาสิวเสี้ยน

? ? Q. มีสิวเสี้ยนเยอะมาก ปรึกษาร้านขายยาแนะนำให้ใช้ BP (เบ็นซอยล์เปอร์ออกไซด์) และกรดวิตามิน เอ อยากทราบว่ายา 2 ตัวนี้? จะทาพร้อมกันได้ไหมครับ
เจตนิพิฐ / จ.ชลบุรี? ???A. ยาทา BP และกรดวิตามินเอเป็นยารักษาสิวเสี้ยนที่แพทย์และเภสัชกรมักแนะนำให้ใช้รักษาสิวเสี้ยน แต่ก็มีข้อควรระวังคือ
ห้ามทา BP และ กรดวิตามินเอ ในเวลาเดียวกัน เพราะ BP ทำให้กรดวิตามินเอ ไม่ออกฤทธิ์ จึงต้องเลี่ยงมาทา BP ในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนล้างหน้า และทากรดวิตามินเอ ก่อนนอน และถ้าใช้ BP หรือกรดวิตามินเออยู่แล้วต้องระมัดระวังในการใช้กรดผลไม้ เพราะยาทุกตัวที่กล่าวมามีโอกาสทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ง่าย ถ้าใช้ร่วมกันยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดผิวแพ้ระคายเคือง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวหรือในคนที่อยู่ห้องแอร์เพราะผิวมักแห้งอยู่แล้ว การใช้กรดวิตามินเอนั้นเพื่อความปลอดภัยควรเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำก่อนแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น นอกจากนั้นบางคนในช่วงแรกของการใช้กรดวิตามินเอนอกจากจะต้องใช้ความเข้มข้นต่ำแล้วยังอาจต้องทายาวันเว้นวันไปจนกว่าผิวจะชินยาแล้วจึงทายาทุกวันได้ ถ้าใช้ยากลุ่ม BP หรือกรดวิตามินเอแล้วผิวแห้งระคายเคืองมากควรปรึกษาแพทย์ โดยทั่วไปยากลุ่มนี้ในรูปของเจลหรือสารละลายจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่ายกว่าในรูปของครีม และถ้าใช้กรดวิตามินเอทามานานกว่า
2 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเลือกใช้ยาตัวอื่นที่เหมาะสมมากกว่านะครับ
ถามเรื่องการรักษาสิว
Q. ผมเป็นสิว เป็นๆ หายๆ มานาน บางครั้งซื้อยามาใช้เอง บางครั้งไปพบแพทย์ ได้ทั้งยาทา ยากิน บางครั้งแต่ละคลินิกก็ให้ยาไม่เหมือนกัน ล่าสุดมีการแนะนำให้ฉายแสงเพื่อรักษาสิว จึงอยากทราบเกี่ยวกับการรักษาสิวครับ
อัศนัย / จ.กรุงเทพฯ

A. โรคสิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด ไม่ได้เป็นแค่ความสวยความงาม จึงมีแนวทางการรักษาทาง
การแพทย์อย่างชัดเจน เมื่อไม่นานมีการประชุมที่สิงคโปร์และได้มีข้อตกลงร่วมกันในแนวทางการรักษาสิวของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนี้ครับ
? ???1. ยาทาเบนซอยล์ เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide)
ถือว่าเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคสิวที่มีประโยชน์แต่ได้ผลเล็กน้อยต่อสิวชนิดอุดตัน (คอมีโดน) จึงให้ใช้ในสิวที่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงปานกลาง โดยไม่ใช้เพียงตัวเดียวในกรณีของสิวอุดตัน ยาทาตัวนี้ต้องใช้อย่างระมัดระวังและใช้ในความเข้มข้นต่ำ
โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่ไวต่อการแพ้อยู่แล้ว
? ???2. ยาทากลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid)
หรือยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ที่มีหลายยุค จัดว่าได้ผลดีต่อสิวชนิดสิวอุดตันและสิวที่มีการอักเสบ ยังช่วยทำให้รอยดำที่เกิดจากสิวจางลง และมีประสิทธิภาพในการใช้รักษาอย่างต่อเนื่อง ยาชนิดนี้ช่วยการดูดซึมของยาชนิดอื่นๆ ผ่านผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคืองและ
แพ้ต่อแสงได้ง่าย ใช้ในกรณีที่เป็นสิวรุนแรงน้อยจนถึงปานกลาง โดยให้ใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้อ (ในรูปของยาทาหรือยารับประทาน) เมื่อเป็นสิวอักเสบ ยากลุ่มนี้ให้ทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิว และให้ใช้ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบได้ อาจใช้ในรูปแบบครีมหรือรูปแบบที่พัฒนาเป็นยุคที่ 3 (third generation retinoids) สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย และใช้ในรูปแบบเจล สำหรับผู้ที่มีผิวมัน
เรตินอยด์หรือยาทากรดวิตามินเอยุคที่ 3 ได้แก่ adapalene และ tazarotene
? ???3. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
มีผลใช้รักษาสิวอักเสบโดยตรง แต่ก็พบปัญหาเชื้อดื้อยาสูงขึ้น พบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์จะลดปัญหาเชื้อ
ดื้อยาได้ อาจใช้ร่วมกับยาทาชนิดอื่น เช่น ยาละลายขุย (Keratolytic agents) และเรตินอยด์ เพื่อเพิ่มผลการรักษา โดยให้ใช้ทาในกรณีของสิวที่เป็นน้อย ให้ใช้ในช่วงระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อลดปัญหาเชื้อดื้อยา (3 ? 4 เดือน) ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบ
ยารับประทานและรูปแบบยาทาร่วมกัน โดยเฉพาะถ้าเป็นยาคนละชนิด ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาตัวเดียว (ควรใช้ยาชนิดอื่นร่วมด้วย) และหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาในการรักษาต่อเนื่อง
? ???4. ยารับประทานกลุ่มกรดวิตามินเอ (Isotretinoin)
ที่มีชื่อการค้าหลายอย่าง เช่น Roaccutane, Acnotin, Sortret, Isotane ฯลฯ ให้ใช้เฉพาะในโรคสิวหัวช้าง สิวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโดยวิธีอื่นๆ และสิวที่เกิดจากความเครียด ผู้ป่วยต้องทราบผลข้างเคียงของยา โดยเฉพาะต้องทราบว่ายาตัวนี้ทำให้ทารกในครรภ์พิการ
จึงต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น ต้องไม่ตั้งครรภ์ระหว่างรับยา ต้องหยุดยานาน 1 เดือนขึ้นไปจึงจะตั้งครรภ์ได้ปลอดภัย ต้องไม่บริจาคเลือดและไม่นำยาไปให้ผู้อื่น ยาตัวนี้ตามกฎต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น แต่เพราะความละเลยทำให้มียาตัวนี้
วางขายตามร้านขายยาหลายแห่ง ยาตัวนี้ต้องให้ต่อเนื่องกันจนได้ขนาดยาสะสมรวม 120 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ถ้าน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ก็ต้องรับประทานยาไปจนครบ 120 x 60 = 7,200 มก. ถ้าทานยาเม็ด 20 มก.ต่อวัน ก็ต้องทานไปจนครบ 7,200 ? 20 = 360 วัน
? ???ถือว่าการรักษาด้วยยาตัวนี้ประสบผลสำเร็จ เมื่อไม่มีสิวเป็นระยะเวลา 4?6 สัปดาห์ บางรายต้องได้ยาหลายคอร์ส โดยต้องเว้นระยะเวลาห่างกัน 2-3 เดือน
? ???สำหรับการรักษาโรคสิวด้วยการฉายแสงนั้น ยังจัดว่าเป็นวิธีใหม่ แต่องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาก็อนุมัติให้ใช้วิธีนี้แล้วครับ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวอักเสบที่ไม่ต้องการรับประทานยา การฉายแสงและความร้อน (light and heat energy) ไปยังผิวหนังที่เป็นสิวอักเสบ พลังงานจะทำปฏิกิริยากับสารเคมีในแบคทีเรียทำให้เกิดออกซิเจนขึ้นมา เนื่องจากแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวไม่ชอบออกซิเจน จึงนับเป็นวิธีการขจัดเชื้อแบคทีเหนึ่งครับ นอกจากนั้นก็มีเทคนิครักษารอยแผลเป็นจากสิวคือรอยแดง ด่างดำ รอยแผลเป็นหลุมบ่อ และรอยแผลเป็นคีลอยด์ เช่น การทำไอออนโต (Iontophoresis), การฉายแสง เช่น IPL (intensed pulse light), IPL + RF (Aurora หรือ ELOS technic, RF คือ radiofrequency = พลังงานคลื่นวิทยุ), การฉายแสงสี LED (light emitting diodes, L Smart), การขัดหน้า (microdermabrasion), การไถพรวนใบหน้าด้วยลูกกลิ้งหนาม (Dermarolling), การฉีดสเตียรอยด์รักษาคีลอยด์ ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคเสริมเหล่านี้ตามความเหมาะสมครับ

เลเซอร์และฉายแสงรักษาสิว
? ???Q. ลูกชายดิฉันอายุ 16 ปี เป็นสิวเห่อมาก จนเจ้าตัวดูเก็บกด แต่ดิฉันและคุณพ่อเขาไม่อยากให้กินยารักษาสิว เคยอ่านโฆษณา
พบว่าปัจจุบันมีเลเซอร์และการฉายแสงรักษาสิวอยากขอรายละเอียดค่ะ
มลยา / จ.กรุงเทพฯ? ???A. ปัจจุบันมีการศึกษาและวิจัยเรื่องการใช้เลเซอร์และการฉายแสงรักษาสิวกันมาก แต่ก็ยังไม่ใช่วิถีทางปกติทั่วไปที่ใช้รักษาสิวกันในขณะนี้ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และข้อมูลบางด้านอาจยังไม่เพียงพอ การฉายแสงและใช้เลเซอร์รักษาสิวที่มีการศึกษาและเริ่มใช้รักษาสิวในขณะนี้คือ
? ? 1. การฉายแสงสีน้ำเงิน (Blue light therapy) องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้ใช้แสงสีน้ำเงินในการรักษาสิวได้ ซึ่งแสงช่วงคลื่นเฉพาะนี้จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว เนื่องจากแสงสีน้ำเงินที่ฉายออกมานี้ไม่มีส่วนผสมของรังสียูวีจึงไม่ทำให้ผิวหนังได้รับอันตราย การรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวอักเสบธรรมดา แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบมากชนิดเป็นถุงซีสต์ที่เรียกว่าสิวหัวช้าง
ก็ใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล
? ???2. การฉายพลังงานแสงและความร้อน (light and heat energy, LHE) เชื่อว่าการใช้พลังงานแสงและความร้อนจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการทำงานของต่อมไขมัน โดยทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง ปัจจุบันองค์การอาหารและยาของสหรัฐอนุมัติให้ใช้แสงสีเขียวร่วมกับความร้อน รักษาสิวที่เป็นน้อยถึงปานกลาง
? ???3. การฉายแสงร่วมกับการทา ALA มีการใช้สารละลาย ALA (aminolevulinic acid) ทาผิวหนังสารละลายตัวนี้จะทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น หลังจากทายา 15-60 นาที จะเช็ดยาออกและฉายแสง เนื่องจากสารละลาย ALA ทำให้ผิวไวต่อแสง หลังการรักษาโดยวิธีนี้จึงต้องไม่โดนแดด 48 ชม.
? ???4. การใช้เทคนิค ELOS คือ พลังงานแสงร่วมกับคลื่นวิทยุฉายสิวอักเสบ
? ???5. การใช้ไดโอดเลเซอร์ (Diode laser)
? ???6. การใช้เพาส์ดายเลเซอร์ (Pulsed dye laser)? ???การใช้การฉายแสงและเลเซอร์รักษาสิวนั้นยังไม่จัดว่าเป็นการรักษาสิวในลำดับแรก เพราะยังมีค่าใช้จ่ายสูง และผลการศึกษายังไม่มากพอว่าได้ผลดีแค่ไหน และผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหนครับ

ที่มา http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/789

น้ำตาล, นม, ช็อคโกแลต ตัวการสิวจริงหรือไม่??

Acne-Skin-Health-Care (1)

มีรายงานว่าไม่พบสิวในคนบางกลุ่มซึ่งกินอาหารที่มีน้ำตาลต่ำจึงมีการตั้งทฤษฎีการได้รับน้ำตาลน้อยว่าเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลน้อยระดับอินซูลินในเลือดจะต่ำและภาวะน้ำตาลน้อยยับยั้งการผลิตแอนโดรเจนส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงทำให้มีอินซูลินในเลือดสูงขึ้น ซึ่งภาวะนี้นำไปสู่การมี insulin-like growth factor 1 ในเลือดสูงขึ้นพบว่า IGF-1 ทำให้ผิวหนังแบ่งตัวเร็วและหนาตัวขึ้น จึงทำให้เกิดก้อนไขมันอุดตันในรูขุมขนและเกิดสิวตามมานอกจากนั้น IGF-1 และอินซูลิน ยังกระตุ้นการผลิตแอนโดรเจน ที่ทราบกันดีว่าเป็นตัวเพิ่มการผลิตไขมันมีการศึกษาทำในผู้ชายอายุ 15-25 ปีที่เป็นสิวจำนวน 43 ราย แบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ให้กินอาหารตามปกติ กลุ่มที่ 2 ให้กินอาหารที่ให้น้ำตาลต่ำ เป็นเวลาต่อเนื่องกันนาน 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้อาหารที่ให้น้ำตาลต่ำผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลง และปริมาณสิวลดลงโดยการนับจำนวนสิวทั้งหมด ปัจจุบันจึงเชื่อว่าการกินขนมหวานที่มีน้ำตาลสูงน่าจะกระตุ้นให้สิวกำเริบ ได้จริง

ดื่มนมมากๆ ทำให้สิวเห่อจริงหรือไม่?

Young naked man drinking milk from a bottle, close-up, portrait

คำถามที่ว่าดื่มนมมากๆ ทำให้สิวเห่อเป็นที่ถกเถียงกันมานาน เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัย 2 ฉบับที่ชี้ว่านมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นสิวฉบับแรกทำการศึกษาแบบย้อนหลังในผู้หญิง 47,355 คน โดยให้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับอาหารและการเป็นสิวในวัยรุ่น และพบความสัมพันธ์ระหว่างนมต่อการเป็นสิวของวัยรุ่นหญิงกลุ่มนี้ จึงมีการศึกษาต่อมาในกลุ่มลูกชายวัยรุ่นของผู้หญิงกลุ่มที่ตอบแบบสอบถามนี้ ซึ่งการศึกษาครั้งหลังก็พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มนมและการเป็นสิวจริงมีรายงานว่า นมมีส่วนเพิ่มระดับของ IGF-1 ดังนั้นบทบาทของ IGF-1 กรณีนี้จึงอาจเกี่ยวข้องกับสิว เช่นเดียวกับกรณีของอาหารที่ให้น้ำตาลสูง นอกจากนั้นในน้ำนมวัวยังมีฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน เช่น เอสโทรเจน โพรเจสเทอโรน และแอนโดรเจน รวมถึงสารไอโอดีนในน้ำนมก็ทำให้สิวกำเริบได้ การดื่มนมและกินผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น เนย) มากๆ จึงอาจกระตุ้นให้สิวเห่อได้

กินช็อกโกแลตทำให้เป็นสิวไหม?

6a00d83453c52669e200e5516e58d48833-800wi

เนื่องจากมักมีการปรุงรสช็อกโกแลตให้หวานและมันด้วยน้ำตาล นม และผลิตภัณฑ์จากนม การกินช็อกโกแลตมากๆ จึงอาจทำให้สิวเห่อได้จริงส่วนขนมเค้กที่มักมีรสหวานและมีส่วนผสมของน้ำตาล แป้ง นม และผลิตภัณฑ์จากนม ก็ทำให้สิวเห่อได้

ที่มา http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/819

สิว การดูแลสิว แค่แกะสิวอาจถึงขั้นเสียชีวิต …?

การแกะสิวอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียลุกลามตามหลอดเลือดดำบนใบหน้า เข้าไปสู่หลอดเลือดดำที่อยู่ใต้สมอง จนเกิดการอักเสบของหลอดเลือดดำที่ใต้สมองที่เรียกว่า cavernous sinus thrombosis ทำให้เกิดอาการตามัว หรืออาจตาบอด ปวดศีรษะ ดวงตาโปนเหมือนจะถลน ใบหน้าบวมเป่ง ใบหน้าเป็นอัมพาตเมื่อมีการติดเชื้อเกิดการอักเสบจะเกิดอาการบวม แดง ร้อน ตามมา การอักเสบบวมที่หย่อมหลอดเลือดนี้ที่อยู่ใต้สมองจึงเพิ่มความดันในสมอง เนื่องจากสมองถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่แคบๆ เมื่อเกิดก้อนบวมโตในสมอง หรือฝีในสมอง ก้อนนี้ก็จะไปกดศูนย์กลางการทำงานในสมองที่จำเป็นต่อชีวิต ได้แก่ ศูนย์เมทาบอลิซึมคือ ต่อมพิทูอิทารี ศูนย์อารมณ์คือ ไฮโพทาลามัส และศูนย์หายใจคือ ก้านสมองที่จริงแล้วโรค cavernous sinus thrombosis พบได้น้อยมาก มีรายงานการแพทย์ทั่วโลกว่า พบผู้ป่วยโรคนี้ทั้งหมดในโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแค่ ๒๐๐-๓๐๐ รายเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็พบในยุคก่อนที่จะค้นพบยาปฏิชีวนะสิวที่สามารถกดออกได้คือ สิวหัวดำซึ่งยังไม่มีการอักเสบเกิดขึ้น โดยใช้เครื่องมือกดสิวและกดโดยผู้ชำนาญเท่านั้น การกดหรือบีบสิวระยะอื่นๆ ทำให้อาการเลวลง และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นถาวร

145

การรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดีจริงไหม? วัยรุ่นที่เป็นสิวส่วนใหญ่เชื่อว่าการรักษาสิวนั้นยิ่งใช้ยาแรงยิ่งได้ผลดี เช่น ถ้าใช้ยาทาบีพีความเข้มข้นต่ำคือร้อยละ ๒.๕ (2.5 % benzoyl peroxide, BP) แล้วได้ผล ถ้าเพิ่มความเข้มข้นเป็นร้อยละ ๑๐ (10% BP) ก็น่าจะได้ผลมากขึ้นอีก
ที่จริงแล้วถ้าใช้ยาความเข้มข้นต่ำแล้วได้ผลดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงขึ้น นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจเกิดผลแทรกซ้อน เช่น การระคายเคืองมากขึ้นสิวเกิดจากเลือดเสียใช่ไหม?บางครั้งอาจพบเลือดออกในสิวที่เป็นตุ่มหนองขนาดใหญ่ได้ ซึ่งอาจเห็นเป็นเลือดดำอยู่ภายใน ทำให้บางคนเชื่อว่าสิวเกิดจากเลือดเสีย ซึ่งไม่เป็นความจริง แสงแดดทำให้สิวดีขึ้นได้ใช่ไหม?แสงแดดอาจทำให้ดูเหมือนว่าสิวดีขึ้น เพราะแสงแดดทำให้ผิวไหม้แดง และผิวคล้ำลง ช่วยบดบังรอยแดง รอยดำจากสิวอักเสบ แท้จริงแล้วนอกจากแสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวหนังแล้ว แสงแดดยังทำให้ผิวระคายเคือง และสิวกำเริบ เกิดผิวเหี่ยวแก่ และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังผิวมันทำให้สิวกำเริบใช่ไหม?สิวไม่ได้เกิดจากผิวมัน? แต่เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่บุท่อรูขุมขนที่หลุดออกตามธรรมชาติไม่ถูกขจัดสู่ ผิวหนังด้านนอก ทำให้เกิดการตกค้าง เมื่อรวมกับไขมันที่ต่อมไขมันสร้างขึ้นจะก่อให้เกิดสิวอุดตัน (comedone)?ผิวมันเป็นอาการ แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุของสิว

ที่มา หมอชาวบ้าน และ http://www.tlcthai.com/men/men-healthy/1471